วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

“เพชรเพิ่มพร” อร่อยริมทางกับนานาอาหารสูตรเด็ด


“เพชรเพิ่มพร” อร่อยริมทางกับนานาอาหารสูตรเด็ด

17 มิถุนายน 2555 13:38 น.
บรรยากาศที่นั่งภายในร้าน
       เวลาขับรถลงใต้ทีไร “ผ่านมาแวะกิน” เป็นต้องแวะข้างทางหาอะไรอร่อยๆ เติมพลังให้เต็มอิ่มเสียทุกที มาครั้งนี้ว่าจะลงใต้ไปหาลมทะเลเสียหน่อย ก็เลยขอแวะหาข้าวแกงกินแถวๆ แยกวังมะนาว ที่ร้าน “เพชรเพิ่มพร” ซึ่งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 133 ถ.เพชรเกษม
คุณเพิ่มพร จันทร์เปล่ง เจ้าของร้าน
       เข้ามาถึงร้านก็ได้เจอคุณเพิ่มพร จันทร์เปล่ง เจ้าของร้าน คอยต้อนรับพร้อมกับข้าวแกงทั้งภาคกลางและภาคใต้กว่า 20 ชนิดที่วางเรียงรายให้เลือกชิม ลองสอบถามก็ได้ความว่า ร้านนี้เปิดมาแล้ว 10 กว่าปี และในแต่ละวันก็จะมีเมนูอาหารหลากหลายมาให้เลือก และหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ ทั้งข้าวแกงและอาหารตามสั่งต่างๆ โดยทางร้านจะเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวหอมมะลิหุงสุกเม็ดสวยที่หอมชวนกิน
ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้
       เห็นอาหารละลานตาแบบนี้แล้วน้ำย่อยก็เริ่มออกมาทักทาย ขอเริ่มชิมเมนูแรกเลยแล้วกัน ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ (จานละ 35 บาท) ที่มาพร้อมกับผักสดและผักดองนานาชนิด ตัวน้ำยาจะใช้เนื้อปลาซาบะโขลกกับเครื่องแกง แล้วแกงกับกะทิสด ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมอร่อย ต้องกินคู่กับผักดองที่เข้ากันได้ดิบดี
แกงหัวตาลกับปลาซาบะย่าง
       ตามมาด้วย แกงหัวตาลกับปลาซาบะ (ถ้วยละ 30 บาท ราดข้าวจานละ 30 บาท) ที่มีให้ชิมเฉพาะที่เพชรบุรีเท่านั้น จะใช้ลูกตาลอ่อนๆ มาฝานบางๆ ผ่านกรรมวิธีการทำแล้วจึงนำมาแกงกับกะทิสด ใส่เครื่องแกงที่ทางร้านโขลกเอง ใส่เนื้อปลาซาบะย่าง ลองชิมรสชาติหอมกลมกล่อม ออกเผ็ดเล็กน้อย เนื้อปลาแน่น
      
       ส่วนอีกเมนู แกงใบมะขามอ่อนกับหอยเสียบ (ถ้วยละ 30 บาท ราดข้าวจานละ 30 บาท) ก็หากินยากเช่นกัน เพราะจะใช้เฉพาะใบมะขามอ่อนๆ นำมาแกงกับกะทิ ใส่เครื่องแกง แล้วใส่หอยเสียบสดๆ แกงถ้วยนี้รสชาติเข้มข้น หอมกะทิ และออกเปรี้ยวจากใบมะขาม
แกงใบมะขามอ่อนกับหอยเสียบ
       ต่อด้วย คั่วกลิ้ง (กับข้าวจานละ 50 บาท ราดข้าวจานละ 30 บาท) ที่ใช้เนื้อหมูส่วนสะโพกนำมาสับปนกับกระดูกอ่อนแล้วผัดกับเครื่องแกง คั่วไปเรื่อยๆ จนแห้ง ได้รสชาติเข้มข้นแบบปักษ์ใต้แท้ๆ
      
       ปิดท้ายที่ ปลากระชาย (ตัวละ 200 บาท) แก้เผ็ด ใช้ปลาแรด ปลาทับทิม หรือปลากะพงสดๆ แล่เอาแต่เนื้อแล้วคลุกแป้งทอดกรอบ โรยหน้าด้วยกระชายทอดกรอบ ราดด้วยซอสมะขามสูตรพิเศษของทางร้าน ลองชิมแล้วเนื้อปลากรอบนอกนุ่มใน กระชายกรอบเคี้ยวแล้วหอม ส่วนซอสมะขามก็เปรี้ยวหวานกำลังดี
คั่วกลิ้ง
       ลองชิมไปก็หลายจานแล้ว แต่ถ้ายังไม่อิ่มก็ยังมีให้เลือกลองลิ้มอีกหลายเมนู อาทิ พะแนงหมู,เนื้อ (ถ้วยละ 30 บาท) ขาหมูสูตรคุณย่า (ถ้วยละ 30 บาท) แกงมัสมั่นไก่ (ถ้วยละ 30 บาท) แกงไตปลา (ถ้วยละ 30 บาท) แกงขี้เหล็ก (ถ้วยละ 30 บาท) เป็นต้น
      
       หากใครผ่านไปผ่านมา หรือจะขับรถลงใต้ แนะนำให้แวะชิมของอร่อยที่ร้าน “เพชรเพิ่มพร” จะได้อิ่มท้องสบายไปตลอดทาง
ปลากระชาย
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “เพชรเพิ่มพร” ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 133 ถนนเพชรเกษมขาออก อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี การเดินทางจาก กทม. ใช้เส้นทางถนนพระรามที่ 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) มุ่งหน้า จ.เพชรบุรี จนถึงแยกวังมะนาว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเพชรเกษม วิ่งตรงมาเรื่อยๆ สังเกตทางซ้ายมือ ร้านจะอยู่ติดถนน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 133 สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 06.00-21.00 น. (เฉพาะข้าวแกงขายถึงเวลา 18.00 น.) โทร. 08-6178-8575, 08-1587-5349

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เผยโฉม Sony Xperia Miro สมาร์ทโฟนตระกูล Xperia


เผยโฉม Sony Xperia Miro สมาร์ทโฟนตระกูล Xperia


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Sonymobile

          ข่าวดีสำหรับแฟน ๆ โซนี่ที่กำลังรอสมาร์ทโฟนตระกูล Xperia รุ่นใหม่ ล่าสุดโซนี่ เผยโฉมสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นเล็ก มาพร้อมกับชื่อ Sony Xperia Miro สมาร์ทโฟนดีไซน์เรียบหรู ตามแบบฉบับของโซนี่
 
          สำหรับรุ่นนี้คาดว่าออกมาเพื่อเจาะตลาดผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงและต้องการประสิทธิภาพการใช้งานด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ โซเชียลเน็ตเวิร์กหรือการใช้งานด้านมัลติมีเดีย เช่น ดูหนัง ฟังเพลงและเล่นเกม ก็สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างสบาย

Sony Xperia Miro

          สำหรับ Sony Xperia Miro มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich, เพิ่มคุณภาพเสียงด้วยเทคโนโลยีเสียง xLOUD, รองรับ DLNA เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart Device และเพิ่มทางด้านส่วนติดต่อผู้ใช้ Timescape UI เวอร์ชันล่าสุด รวมทั้งซอฟต์แวร์ต่าง ๆ จากทางโซนี่ที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้อีกด้วย ด้านสเปคและคุณสมบัติอื่น ๆ มีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง มาติดตามกันเลย

Sony Xperia Miro

สเปค Sony Xperia Miro

 ซีพียู Qualcomm MSM7225A ความเร็ว 800Mhz แบบ single-core, แรม 512MB
 ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich
 รองรับ 3G แยกคลื่นความถี่ 900/2100MHz และ 850/2100MHz
 หน่วยความจำภายในเครื่อง 4GB และรองรับการเพิ่ม microSD การ์ดสูงสุด 32GB
 หน้าจอ TFT ขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล
 กล้องถ่ายภาพด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัสและไฟแฟลช 
 กล้องหน้าความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล ระดับ VGA และรองรับวิดีโอคอลล์
 สนับสนุนการเชื่อมต่อ 3G, Bluetooth, Wi-Fi, DLNA, GPS / aGPS และ WiFi Hotspot
 ขนาดตัวเครื่อง 113 x 59.4 x 9.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 110 กรัม
 แบตเตอรี่ 1500 mAh
 ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีดำ/ชมพู, สีขาว และสีขาว/ทอง

          อย่างไรก็ตาม Sony Xperia Miro ยังไม่มีรายละเอียดกำหนดการเปิดตัวและราคาวางจำหน่ายออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะเริ่มวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2012 หรือช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งราคาคาดว่าน่าจะอยู่ราว ๆ 6,000-8,900 บาท สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาถูกที่เน้นการใช้งานที่เชื่อมต่อโซเชียลเน็ตเวิร์กและด้านมัลติมีเดีย แนะนำว่า Sony Xperia Miro ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งที่น่าจับตามอง

เห็นราคาแล้วน่าสนแท้

Amarok กระบะสายเลือดเยอรมัน ในราคา 1.8 ล้านบาท


Amarok กระบะสายเลือดเยอรมัน ในราคา 1.8 ล้านบาท


volkswagen amarok

volkswagen amarok

volkswagen amarok

volkswagen amarok

volkswagen amarok

volkswagen amarok


          ช่วงนี้หากจะพูดถึงเรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ ในแวดวงยานยนต์แล้ว งานใหญ่ระดับประเทศอย่าง"Motor Expo 2012" ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ดูจะเป็นที่พูดถึงและเป็นที่รอคอยของเหล่าคนรักรถกันพอสมควร เพราะในงานนี้ จะมีรถรุ่นใหม่ ๆ จากค่ายดังต่าง ๆ นานา ตบเกียร์เดินหน้าพร้อมมานำเสนอกันอย่างเต็มที่

          ทั้งนี้ทั้งนั้น หากใครที่ชื่นชอบขับขี่รถกระบะเป็นพิเศษ ก็คงจะให้ความสนใจกับข่าวนี้พอสมควร เมื่อล่าสุดทาง "Volkswagen" ค่ายรถดังจากประเทศเยอรมนี ได้เปิดเผยให้ทราบแล้วว่าพวกเขาจะส่งกระบะน้องใหม่อย่าง "Amarok" มาให้คนไทยเราได้เห็นและได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้วด้วยสนนราคาที่ 1.8 ล้านบาท

          สำหรับ Volkswagen Amarok จะเป็นกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร TDI Bi Turbo พร้อมกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ ZF 8 สปีด โดยสามารถปรับการขับขี่ในโหมดสปอร์ตและระบบปกติได้ อีกทั้งในส่วนของความปลอดภัย ก็จะมีระบบเบรคป้องกันล้อล็อค ABS และ ระบบควบคุมการทรงตัว ESP มาด้วย

          ด้าน "ไทยยานยนต์" ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ค่าย Volkswagen ในประเทศไทย ได้ประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า ทาง Volkswagen พร้อมส่ง Amarok มาลุยตลาดรถกระบะในบ้านเราอย่างเต็มตัว โดยการนำเอาจุดเด่นอย่าง ระบบเกียร์ ZF ซึ่งตามปกติจะติดตั้งเฉพาะรถระดับหรูเท่านั้น มาใส่ในกระบะคันนี้ ซึ่งจะช่วยให้การขับรถกระบะ จะนุ่มนวล เงียบ และแรงกว่ากระบะอื่น ๆ ทั่วไป

          ว่ากันว่า Volkswagen Amarok จะจับกลุ่มลูกค้าระดับ B+ ที่ชื่นชอบกิจกรรมท้าทายสำหรับคนรุ่นใหม่และตอบสนองสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยจะกำหนดราคาเริ่มต้นไว้ที่ 1,800,000 บาท ซึ่งหากใครที่สนใจก็อดใจรอกันอีกสักนิด เพราะช่วงปลายปีนี้ก็จะได้เห็น Amarok ตัวจริงเสียงจริงกันแล้ว

volkswagen amarok

volkswagen amarok

volkswagen amarok


volkswagen amarok

อยากขับกระบะขึ้นมาทันที

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เจาะกึ๋น 5 อีโค่คาร์ คันไหนที่เหมาะความเป็นคุณ

     เรียกว่าสงครามยังไม่จบสำหรับตลาดรถยนต์อีโค่คาร์ ที่เรายังอยากเห็นค่ายรถยนต์ต่่างๆมาลงทำตลาดเพิ่มมากขึ้น แต่เมิ่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่า "อีโค่คาร์" มีตัวเลือกมากยิ่งขึ้น และถึงวันนี้ เรามีตัวเลืออกว่า 5 รุ่น ที่สามารถตอบโจทย์โดนใจคนอยากมีรถได้ 

    หลากรุ่นหลากทางเลือก เท่ากับผู้ซื้อมีสิทธิ์ที่จะเลือกมากยิ่งขึ้น และถ้าวันนี้ใครกำลังคิดจะซื้อเจ้ารถเหล่านี้เรามี บทวิเคราะห์ของทั้ง 5 รุ่นแบบสั้นๆ ที่คุณอาจจะอยากรู้ หลากเรื่องจริงที่มีรถเหล่านี้

Nissan March 

    คันนี้ ต้องเรียกว่าเป็นคันแรกของ "อีโค่คาร์" ที่แม้จะโดนคู่แข่งมาสัมทับ แต่ก็ยังขายไปได้เรื่อยๆ ด้วยกระแสที่มาแรงติดตา และของเล่นพวกของแต่งเยอะขึ้นเป็นเงาตามตัวแถมความประหยัดน้ำมันก็ใช้น้อยทำให้ Nissan March ยังยืนได้บนเวทีนี้
อีโค่คาร์  Nissan March

    ถึงจะมานานเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ แต่เรื่องของจุดเด่นรถคันนี้อยู่ที่การออกแบบที่ลงตัวได้ ทั้งภายนอกและภายใน ที่เพิ่งเพิ่มเบาะแบบพับได้ 60/40 เข้ามา พร้อมกับ"น้องม่วง" สีใหม่ที่น่าจะโดนใจใครหลายคนใช่น้อย รวมถึงโปรโมชั่นที่มาต่อเนื่อง และเรื่องการบริการหลังการขายที่ค่อนข้างครอบคลุมอยู่แล้ว ทำให้มาร์ช ยังเป็นอีโค่คาร์ที่หลายคนหมายปอง

Honda Brio 
    ตามมาเป็นค่ายที่ 2 ของตลาดที่หวังมาปลุกปั้นสาวกให้หันมาประหยัด และ  Brio เองก็ทำตามโจทย์นั้นได้ดีพอสมควร สิ่งที่ดีใน Honda Brio คือสมรรถนะการขับขี่ของเครื่้อง1.2 ลิตร ให้กำลังถึง 90 แรงม้า กับเครื่อง 4 สูบแถวเรียง ทำให้หลายคนยากที่จะอดใจ เช่นเดียวกับระบบกันสะเทือนที่ตอบสนองได้จนลงตัว
อีโค่คาร์ Honda Brio
    อย่างไรก็ดี  Brio  ก็เจอเรือนขลุกขลักด้านการออกแบบ เช่นความไม่กลมกลืนด้านหน้ากับด้านท้าย หรือที่โดนหนัก คือกระจกหลังบานใหญ่ให้ความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย แถมไม่มีฟังชั่นไล่ฝ้าและปัดน้ำฝนหลังทำให้เป็นอุปสรรคในการขับขี่  โดยเฉพาะยามฝนตก แถมล็อคความเร็วที่ 140 ก.ม./ช.ม. ด้วย แต่กระนั้น ถ้าสิ่งที่เรากล่าวมามองข้ามไปได้ เรื่องบริการหลังการขายของ  honda  ถือว่าดีเยี่ยมมาก-มากที่สุด ในฐานะแบรนด์ตลาดที่มีดีในเรื่องนี้อยู่แล้ว

Nissan Almera 
    อาจจะเรียกว่ามีดีแทบทุกด้านสำหรับคันนี้ ทั้งเรือนร่างที่ใหญ่เทียบใกล้เคียงคอมแพ็คคาร์ ที่สร้างความแตกต่างไม่เหมือนใคร ในเรือนร่างแบบ 4 ประตู และเป็นรุ่นเดียวที่มีในตลาดตอนนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครสามารถเทียบเคียงได้
    เครื่องยนต์ที่อาจจะยกของ  March  มาใช้ แต่การพ่วงระบบ Idlig Stop  ก็ทำให้มันลงตัวมากยิ่งในเรื่องความประหยัด แต่เทคโนโลยีนี้ก็กลายเป็นดาบ 2 คม เพราะมีหลายคนหวั่นใจว่า ความสบายจะขาด หรืออาจจะไม่เหมาะกับเมืองไทยก็ได้
อีโค่คาร์ Nissan Almera

    จากที่ทดลองขับจริง  Nissan Almera  ค่อนข้างตอบโจทย์ เรื่องการใช้งานพอสมควร รถมีความลงตัวอย่างพอดีพอดี เรื่องที่หลายคนเกี่ยวกับความทรงพลัง อาจจะไม่ได้ปรู๊ดปร๊าด แต่ถือว่าเพียงพอที่จะใช้งานจริงพร้อมความประหยัด  ในส่วนของเบาะหลังคนตัวสูงนั่งได้สบายอาจจะมีปัญหาบ้างในเรื่องของพื้นที่เหนือหัว แต่เรืองความกว้างขวางในหมู่อีโค่คาร์คันนี้ต้องยกให้เป็นที่หนึ่งกันเลย
    อย่างไรก็ดีเราพบเรื่องละเอียดอ่อนอยู่บ้างในคันนี้ นั่นคือเรื่องของความเบาของตัวรถที่อาจจะเป็นปัญหายามที่เราขับกันเร็ว-เร็วสูง เพราะความยาวของฐานล้อจะทำให้รู้สึกว่าท้ายดิ้นแ ต่ทั้งหมดนั้นควบคุมได้ไม่เกินความสามารถของช่วงล่างที่นุ่มและหนึบไปพร้อมกัน

Suzuki Swift 
     คันนี้ ได้รับความสนใจกันอย่างล้นหลาม จนหลายคนถามไถ่กันมาโดยตลอด เพราะนี่คืออีโค่คาร์ที่จับร่างของซิตี้คาร์ หรือซับคอมแพ็คคาร์  B (B Segement sub-compact car) มาลงตลาด
    ด้วยเรือนร่างที่พอคุ้นหน้าตาอัพเดทความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทำให้รถรุ่นนี้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้นในหลายๆด้าน ทั้งความใหญ่ของตัวรถ และที่โดดเด่นสุดคือความสปอร์ตของตัวรถ ในการออกแบบที่โดนใจหลายคน จนบางคนตั้งใจออกไปแต่งเป็นรถ  Mini  กันเลย
อีโค่คาร์ Suzuki Swift

    ข้อดีของ Swift  จากที่ขับจริง เราพบว่า รถคันนี้มีการตอบสนองหลายๆอย่างได้ลงตัว เช่นกำลังเครื่องที่เท่า Brio แม้จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่ด้วยระบบวาล์แปรผันคู่ก็ทำให้มันตอบสนองได้ดี ช่วงล่างก็อออกแบบมาลงตัวเป็นอย่างยิ่งหนึบแน่นในสไตล์ของรถยุโรป จนเรียกว่าอาจจะลงตัวทุกอย่าง
    อย่างไรก็ดี เราพบว่าใน Swift  อาจจะดูดีในหลายๆด้าน แต่เรื่องประหยัดอาจจะทำให้ต้องคิดหนัก โดยในการทดสอบรุ่นท๊อป เราขับขี่ในเมืองสภาวะรถติดหนักสุดๆได้ 11.6 ก.ม./ลิตร แต่ยังดีที่นอกเมืองตีตื้นมาที่  15.8 ก.ม./ลิตร ในการเดินทางความเร็ว 115 ก.ม./ช.ม. แต่ถ้ามองว่าเจ้ารถประเภทนี้เกิดมาขับในเมืองคงต้องยอมรับว่า มันอาจจะดุสวย แต่ประหยัดอาจจะต้องทำใจเล็กๆ เช่นเดียวกับศูนย์บริการที่ยังไม่มากมายนักแต่ suzuki  ก็กำลังเร่งขยายอยู่

Mitsubishi Mirage 
    คันนี้หมายมั่นปั้นมือมาอย่างลงตัว และมันทำได้ดีพอสมควร ด้วยการลงตลาดอย่างเป็นทางการของ  Mitsubihi Mirage  ซึ่งออกแบบได้อย่างลงตัวมีเอกลักษณ์ความสปอร์ตอย่างเต็มเปี่ยม แต่อาจจะมาสะดุดตรงบั้นท้ายเล็กๆน้อย ที่ไฟท้ายของมันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ก็ปลอบใจด้วยกันชนที่เอาหลักอากาศพลศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้มันค่อนข้างตอบสนองได้ดีและลงตัวไม่น้อยในการขับขี่ที่มีสเถียรภาพสูง
อีโค่คาร์ Mitsubishi Mirage

    เรื่องเครื่องยนต์ก็ประหยัดดี ซึ่งจากการขับทดสอบเราได้อัตราประหยัดนอกเมืองที่ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. ที่ 16.98 ก.ม./ลิตร ในการเดินทาง รวมถึงช่วงล่างของรถคันนี้ตอบสนองได้ดี การโดยสารก็โอเคไม่สั่นสะเทืนมากทางด้านหน้า ด้านหลังคนสูงใหญ่ก้นั่งได้พอดีๆแค่อาจจะเข่าชิดเฉยๆ แต่ที่ดูเหมือนเป็นจุดอ่อนคือเรื่องของยาง ที่แม้จะให้ยางประหยัดน้ำมันมา แต่การมาขนาดเดียวทุกรุ่นที่ให้ 165/65/R14  ก็อาจจะทำให้มันตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ยามฉุกเฉิน ทั้งที่ช่วงล่างของมันทำได้ดีมากจนต้องยกนิ้วให้ เรียกง่ายๆว่าเปลี่ยนยางแล้วขับดีขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน

    ทั้งหมดที่พูดมานี้คือการวิเคราะห์จากเราเกี่ยวกับ "อีโค่คาร์" ที่วางขายในตลาดทั้งรุ่น ที่หลายคนกำลังสนใจ ส่วนที่เหลือนั้นคุณเองต้องลองมองออพชัน แล้วคิดตามว่าราคาที่ค่ายรถนำเสนอคุ้มค่าที่จะจ่ายหรือไม่ ในแบบที่คุณต้องใช้งาน 

http://auto.sanook.com/3954/

ชีวิตติดนิยาย (ดูละคร อ่านนิยายแล้ว ย้อนดูความจริง)

หนิง เป็นเด็กสาววัยใส อายุเพียง 18 ปี เดินทอดน่อง กลับบ้าน หลังจากที่ทั้งวันต้องกรำศึกกับบทเรียนที่ครูมอบให้มาอย่างหนัก อีกไม่นานแล้ว เธอต้องเดินไปตามความฝันของเธอ นั่นคือ การก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

"เร็วๆ หน่อย นังหนิง ข้าวยังไม่ได้หุงเลย ฉันจะรีบไปทำงาน" เสียงตะโกนเรียกให้สติเธอกลับมาสู่โลกความจริง

หนิง เป็นเด็กที่เกิดในซ่องโสเภณี แม่ของเธอ คือ หญิงขายบริการที่พลาดท่าโดนลูกค้าชายปฏิเสธการใส่ถุงยางอนามัย ทำให้เกิดท้องและ คลอดเธอออกมา ดังนั้น เธอไม่มีวันรู้ว่าใคร คนไหนคือพ่อของเธอ แต่ก็ยังดีที่ แม่ของเธอไม่คิดตัดชีวิตน้อย ๆ ทิ้งอย่างที่เด็กนักเรียนสาว ๆ หลาย ๆ เลือกทำ ในวันที่พลาดเช่นกัน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม่ของหนิง ที่ผู้หญิงที่ไม่ได้เรียนหนังสือ
เด็กนักเรียนสาว ๆ เหล่านั้น ได้รับการเลี้ยงดู และเรียนหนังสือ

แต่การเลือกทำ ต่างกัน

หนิงรู้ดีว่า เวลานี้ต้องรีบกลับเข้าบ้านแล้วทำหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายประจำของเธอ ให้เสร็จก่อนที่ป้าสาย จะมาถึง เพราะนั่นหมายถึง คำด่าทอทั้งหยาบคาย และรุนแรง ที่แม่เธอก็ไม่อาจปกป้องเธอได้

ตลอดเวลาที่เธออยู่ในซ่องแห่งนี้ ก็ทำหน้าที่ หุงข้าว ทำกับข้าว ซักผ้าให้แม่ และบรรดา ป้า ๆ น้า ๆ ร่วมอาชีพแม่ของเธอ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอ่อ... เรากลับมาที่โลกความจริงกันก่อน  เด็กสาวที่เกิดในซ่อง ใช้ชีวิตในนั้นมาตลอด
มันจะรอดมาจน 18 ปีนี้ ได้จริงเหรอวะ ถุย...ชีวิต ...

บ้านสวย 2 ชั้น ออกแบบทันสมัย


การออกแบบบ้านในยุคปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าบ้านในสมัยปัจจุบันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นั่นคือ บ้านสไตล์โมเดิร์น ซึ่งมีให้เห็นกันมาก ไม่ว่าในประเทศใดๆ ก็ตาม สำหรับบ้านหลังนี้ ออกแบบโดย ทีมงานสถาปนิก Jost Architects ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบบ้านโมเดิร์นโดยเฉพาะ การออกแบบที่ดูเรียบหรู สร้างไว้ในบริเวณหมู่บ้านที่ดินแบ่งขาย ในประเทศออสเตรเลีย ขั้นกลางความเป็นส่วนตัวจากเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วยรั้วไม้สูงเหนือหัว ใช้พื้นที่ทั้งหมด 430 ตารางเมตร หลังบ้านมีโรงจอดรถ สร้างแยกไว้จากตัวบ้าน โดยพื้นที่ส่วนกลาง เป็นสวนหย่อมสวยๆ พื้นที่สำหรับการพักผ่อนของครอบครัว
สถาปนิก : Jost Architects
ภาพถ่าย : Tara Pearce, Patrick Jost
แบบบ้านใหม่ 2 ชั้น จัดสวนหย่อมหน้าบ้าน
สร้างทางเดินกั้นกลางสวนจากโรงจอดรถไปยังตัวอาคารบ้าน ปูพื้นทางเดินในสวน เป็นเส้นโค้ง ให้ความอ่อนโยนตัดกับรูปทรงเหลี่ยมของตัวบ้าน หน้าบ้านมีระเบียงไม้ จัดเป็นที่นั่งเล่นแบบ Outdoor การจัดสวนบริเวณบ้าน จัดล้อมรอบความยาวของอาคาร ไปจนถึงส่วนของหลังบ้าน หรืออาจจะเรียกได้ว่า หากมีพื้นที่ว่าง เจ้าของบ้านก็ไม่เว้นพื้นที่ให้เปล่าประโยชน์ ทำเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด รั้วประตูหลังบ้าน สามารถใช้เป็นทางออกสำหรับทางเดินได้เช่นกัน
แบบรั้วระแนง หน้าบ้าน ปลูกต้นไม้ริมรั้ว
แบบบ้านใหม่ ทันสมัย สองชั้น
แบบที่จอดรถ ภายในบ้าน
แบบรั้วบ้าน 1 เมตร สูงระดับหน้าอก
สวนหย่อมหน้าบ้าน ภายในรั้วหลังบ้าน
ห้องนั่งเล่นกลางแจ้ง Outdoor Living
ภายในบ้าน ตกแต่งอย่างทันสมัย เฟอร์นิเจอร์คัดสรรรูปแบบที่เน้นความเรียบหรู สไตล์โมเดิร์น ผนังบ้านชั้นล่าง เน้นเป็นกระจกติดฟิล์มไม่เข้มนัก แปลนชั้นล่าง เป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอนอยู่ส่วนด้านหลังบ้าน ห้องนอนส่วนใหญ่นิยมออกแบบไว้ให้อยู่ชั้นบน แต่ทั้งนี้การออกแบบบ้านที่ดี ควรเผื่อไว้สำหรับอนาคตด้วยก็ย่อมดี เช่น หากวันใดวันหนึ่ง อาจมีสมาชิกในบ้าน ไม่สามารถขึ้นชั้นบนได้ อาจเนื่องด้วยสาเหตต่างๆ ห้องนอนชั้นล่างจะเป็นคำตอบที่ดี ส่วนชั้นสองของบ้าน มีห้องนอน 3 ห้อง โดยเป็นห้องขนาดทั่วไป 2 ห้องและห้องใหญ่อีก 1 ห้อง
มุมนั่งเล่น ริมหน้าต่าง หน้าต่างกระจกบานเลื่อน
เคาน์เตอร์หินอ่อน ห้องครัว
เคาน์เตอร์บาร์ หินอ่อน โคมไฟติดเพดาน
โต๊ะรับประทานอาหารแบบยาว สำหรับ 10 ที่นั่ง
แบบทางเดินบันไดบ้าน
แสงภายนอกเข้าทางหน้าต่างกระจก ในห้องนอน
ตกแต่งแสงไฟ ภายในบ้าน
แบบบ้านฟรี บ้านสมัยใหม่ 2 ชั้น
แปลนบ้าน 2 ชั้น ทันสมัย
แบบบ้านสวย รูปทรงทันสมัย 2 ชั้น