วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

All New Toyota Corolla Japan Version เฮือกใหญ่วัดชะตากรรมคอมแพคท์ในญี่ปุ่น

Toyota Corolla ใช้เวลาเดินทางมานานถึงครบรอบ 46 ปี เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจนไม่นึกเลยว่ามันถึงวันเปิดตัว 
Toyota Corolla เจเนเรชั่นที่ 11 ในตลาดญี่ปุ่นกันไปแล้ว ด้วยรูปแบบพิเศษสุด ๆ สำหรับตลาดญี่ปุ่นและน่าจะเป็นทลาย
กำแพงกั้นระหว่าง Toyota Corolla ตลาดโลกและตลาดญี่ปุ่นแบบแยกออกจากกันเกือบ 100% เพราะตำแหน่ง
การตลาดและจุดประสงค์การพัฒนาแทบจะเรียกว่าเป็นคนละโลกกันเลย

alt



Toyota Corolla โฉมใหม่เวอร์ชันญี่ปุ่นถือเป็นการกลับไปสู่แนวคิด Corolla ดั้งเดิมล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวรถที่ถูก
ออกแบบให้มีความสุขุมสงบในจิตใจ, ใช้งานได้จริงและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทุกท่าน ค้นหาความเป็นดั้งเดิมด้วยการลดขนาด
ตัวถังจนมีขนาดพอกับรถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพคท์ของตนเองนั่นก็คือ Toyota Belta/Vios หมายความว่า Toyota 
Corolla โฉมใหม่จะพยายามฝืนยืดแนวคิดดั้งเดิมให้เป็นรถขนาดเล็กที่สามารถนำพาผู้ใหญ่ 4 คนสัญจรไปไหนมาไหนได้
อย่างสะดวก โดยไม่ได้คำนึงถึงภาพลักษณ์อะไรมากนัก ส่วน Toyota Belta/Vios ในญี่ปุ่นก็จะต้องยุติบทบาทลงไปแล้ว
หันไปเน้นตลาดโลกแทน



Toyota ตัดสินใจหั่นขนาดตัวถังซีดานนาม Axio ลง 50 มม.และตัวถังแวกอน Fielder หั่นความยาวลง 60 มม. ภายใต้
ความท้าทายใหม่ด้วยการขยายเนื้อที่หัวเข่าผู้โดยสารตอนหลังอีก 40 มม. เพิ่มเนื้อที่ห้องสัมภาระอีก 90 มม. จนมีความจุ
ประมาณ 410 มม. 





การออกแบบเริ่มนำความแปลกใหม่เข้ามาสู่ Toyota Corolla โฉมใหม่คือการขยายเนื้อที่กระจกบังลมหน้าให้กินเนื้อที่
เสาหลังคาขยายขอบเขตทัศนวิสัยรอบคันให้ได้มากที่สุด Toyota Corolla Axio ซีดานยังคงรักษาคงความมีคุณภาพและ
ศักดิ์ศรี กระจังหน้าจัดเต็มแห่งความหรู Toyota Corolla Fielder แวกอนขนาดกะทัดรัด คล่องตัว มีความอ่อนเยาว์และ
น่าดึงดูดมากขึ้น เส้นสายเรียบง่ายเน้นวัสดุรีไซเคิล

ภายในห้องโดยสารแทบจะเคาะแนวเดียวจาก Toyota GT-86 แต่เพิ่มคุณค่าความเป็น Corolla นั่นก็คือการใช้งานที่ง่าย 
ให้สัมผัสคุณภาพสูงทันทีที่เปิดประตู คอนโซลกลางติดตั้งอุปกรณ์ในตำแหน่งธรรมชาติที่สามารถเอื้อมหรือหยิบจับได้ง่าย 
เน้นรายละเอียดกระจุกกระจิกเล็กน้อย 





Toyota Corolla Axio จะติดตั้งเครื่องยนต์ 3 แบบได้แก่ เครื่องยนต์ 1NR-FE DOHC Dual VVT-I 16 วาล์ว 1,339 ซีซี 
ให้กำลังเพียงแค่ 69 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 9.4 กิโลกรัมเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที, เครื่องยนต์ 1NZ-
FE DOHC VVT-I 1,496 ซีซี รุ่นเกียร์ธรรมดา 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กิโลกรัมเมตรที่ 
4,400 รอบต่อนาที

รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลัง 103 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 13.5 กิโลกรัมเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที รุ่น
เกียร์ CVT ให้กำลัง 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 13.9 กิโลกรัมเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที 





Toyota Corolla Fielder จะติดตั้งเครื่องยนต์ 1NZ-FE DOHC VVT-I 1,496 ซีซี รุ่นเกียร์ธรรมดา 109 แรงม้าที่ 6,000 
รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กิโลกรัมเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลัง 103 แรงม้าที่ 6,000 รอบ
ต่อนาที แรงบิดสูงสุด 13.5 กิโลกรัมเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที รุ่นเกียร์ CVT ให้กำลัง 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที 
แรงบิดสูงสุด 13.9 กิโลกรัมเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที 

และเครื่องยนต์ 2ZR-FAE DOHC Dual VVT-i VALVEMATIC 1,797 ซีซี 140 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิด
สูงสุด 17.5 กิโลกรัมเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที 





Toyota ตั้งเป้าจำหน่าย Axio ไว้ที่ 3,000 คันต่อเดือนและ Fielder 4,000 คันต่อเดือน และลูกค้าชาวไทยคงจะโล่งใจ
เปราะหนึ่งเพราะชาวไทยจะไม่ได้ใช้รถหน้าตาแบบนี้แน่นอน

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Lady Bug - ทำไมต้องเลดี้ บัค

Ladybug 
แมลงเต่าทอง
 


 
ชื่อเรียกอื่น : Ladybird, Lady Beetle 

รายละเอียดทั่วไป : “Ladybug” คือ แมลงเต่าทอง บางครั้งก็มีผู้เรียกว่า Ladybird และ Lady beetle มันจัดอยู่ในสายพันธุ์ที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์คือ Coccinellidae มีขนาดความยาวของลำตัวยาว 0.04 – 0.40 นิ้ว (1 – 10 มิลลิเมตร) ปีกของมันจะมีสีแดง หรือสีส้ม หรือมีบ้างที่มีสีเหลือง แต่ที่แน่ ๆ ทุกตัวจะต้องมีจุดวงกลมสีดำอยู่บนปีก 

แล้วทำไม มันจึงมีชื่อราวกับมีแต่ตัวเมียแบบนี้ มุขตลกนี้ถูกนำไปใช้ในหนังของดิสนีย์ด้วย ที่เต่าทองตัวผู้ ถูกเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงตลอดเรื่อง 

 

ถ้าเราได้ทราบประวัติความเป็นมาของชื่อนี้ จะรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นเรื่องของศรัทธาในคริสตศาสนา 

 

นอกจากนี้ ชาวยุโรปยังมีธรรมเนียมความเชื่อว่า หากว่าวันหนึ่งมีแมลงเต่าทองบินเข้ามาในสวนของคุณ หรือถ้าคุณได้ประสบพบกับมัน เชื่อกันว่านี่คือสัญลักษณ์แห่งความโชคดี 

ความเชื่อเรื่องแมลงเต่าทอง หรือ Ladybug เป็นแมลงนำโชค คงต้องเท้าความย้อนกลับไปในสมัยกลางของยุโรป ในตอนนั้นได้เกิดแมลงศัตรูพืชมาทำลายพืชผลในทุ่งนา พวกชาวนาต่างอับจนปัญญา ได้แต่สวดมนต์อ้อนวอนพระแม่มารี ให้ขอต่อพระเจ้า เพื่อโปรดประทานความช่วยเหลือ 


 

เมื่อเสียงวิงวอนของชาวนาผู้น่าสงสารดังไปถึงพระแม่มารี อาศัยคำเสนอวิงวอนของพระมารดาพระเจ้า พระบิดาทรงตอบคำอธิษฐาน และได้ส่งแมลงเต่าทองตัวน้อย ๆ จำนวนมากมาจัดการกับพวกแมลงศัตรูพืชจนหมด ทำให้ช่วยรักษาพืชผลไว้ได้อย่างปลอดภัย เหล่าบรรดาชาวนา จึงพากันขนานนามเจ้าแมลงเต่าทองนี้ว่า “Ladybug” ซึ่งมาจากคำเรียกของคริสต์ศาสนิกชนยามเอ่ยพระนามของพระแม่มารีว่า “Our Lady” หรือ “แม่พระของพวกเรา” เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงเหตุการณ์ ที่พระแม่ทรงวิงวอนเพื่อพวกเขา 

ด้วยเหตุนี้คำว่า “Lady” จึงถูกนำมารวมกับ “Bug” ที่หมายถึงแมลงปีกแข็ง กลายเป็นคำเรียกแมลงเต่าทองนี้ว่า “Ladybug” มาตั้งแต่บัดนั้น 

เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น 

มีอยู่ข่าวหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องแมลงเต่าทอง ที่ย้อนรอยเหตุการณ์เมื่อครั้งสมัยกลางของยุโรปได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่เหตุการณ์ในยุคใหม่นี้เกิดขึ้นจริง ๆ 

เมื่อปลายปี ค.ศ. 1880 ในปีนั้นเกิดเหตุฝูงแมลงบินเข้ามาทำลายต้นส้มของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในครั้งนั้นชาวสวนในแคลิฟอร์เนียได้ร่วมใจกันสั่งซื้อนำเข้าแมลงเต่าทอง 1,000 ตัว จากประเทศออสเตรเลีย หลังจากนั้นภายในสองปีจำนวนแมลงศัตรูพืชก็ถูกทำลายหายไปจนหมด ต้นส้มก็ออกผลได้ดังเดิมอีกครั้ง สร้างรายได้กลับคืนสู่ชาวสวนเหมือนเดิม นี่เท่ากับว่าเจ้าแมลงปีกแข็งลายจุดตัวน้อย ๆ หรือ “Ladybug” เหล่านั้น สามารถกอบกู้วิกฤติและลดการขาดทุนทางเศรษฐกิจได้นับพันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว 




อ้างอิง-Alys R. Yablon. แปลและเรียบเรียงโดยปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล. มหัศจรรย์แห่งลัญลักษณ์เครื่องรางและเคล็ดลับนำโชค. หน้าที่ 218 – 220. กรุงเทพฯ: บริษัท วี. พริ้นท์ (7991) จำกัด, 2552.

“ซีวิค โฉมใหม่” 5 รุ่นย่อย 773,000 -1,124,000 บาท

“ซีวิค โฉมใหม่” 5 รุ่นย่อย 773,000 -1,124,000 บาท 



       10 พ.ค. บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยึด “พารากอน ฮอลล์” เปิดตัว “ซีวิค โฉมใหม่” อย่างเป็นทางการ ชูดีไซน์เฉียบคม แถมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ขณะที่เครื่องยนต์ขนาด 1.8 และ 2.0 ลิตรบล็อกเดิมแต่พัฒนาให้รองรับแก๊สโซฮอลล์ อี85 โดยแบ่งเป็น 5 รุ่นย่อย ราคา773,000 -1,124,000 บาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายภายในหนึ่งปี 35,000 คัน
       ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 9 ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘รถยนต์คอมแพ็คท์ที่โดดเด่นและล้ำสมัย’ ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยรูปทรงแบบ Mono-form แสดงถึงเส้นสายของตัวถังที่ดูทรงพลัง ส่วนภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีความล้ำสมัยแบบ Futuristic cockpit เบาะนั่งโอบกระชับตามสรีระผู้ขับขี่ พร้อมจัดวางรายละเอียดอย่างลงตัวทั้งด้านกว้างด้านยาว ด้วยแนวคิด “Man Maximum & Machine Minimum” ให้ความรู้สึกที่กว้างและสบายขึ้น 
      
       ขณะเดียวกันฮอนด้ายังเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง ระบบบังคับเลี้ยวพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ที่เรียกว่า Motion Adaptive Electric Power Steering Systemรวมถึงหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Intelligent Multi-Information Display (i-MID) ระบบช่วยการขับประหยัดน้ำมัน หรือ Eco Assist และระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) รุ่นใหม่ 
       ซีวิค โฉมใหม่ ยกเว้นรุ่นNavi จะติดตั้งหน้าจอสีขนาด 5 นิ้วเพื่อแสดงข้อมูลอัจฉริยะ (i-MID) โดยจะทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ และข้อมูลเกี่ยวกับระบบเสียง รวมถึงหน้าปกของอัลบั้มเพลงนั้นๆ โดยผู้ขับสามารถที่จะปรับตั้งการทำงานของระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตัวเอง รวมถึงการติดตั้งวอลล์เปเปอร์ของหน้าจอเป็นภาพที่ตัวเองต้องการ 
      
       ตลอดจนแผงมาตรวัดแบบ 2 ชั้น ช่วยลดระยะทางในการเคลื่อนที่ของสายตาในการมองเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ จากชุดมาตรวัด แผงมาตรวัดเรืองแสงสีฟ้าพื้นสีขาว จะเรืองแสงขึ้นอัตโนมัติเพื่อต้อนรับผู้ขับขี่ในขณะที่ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร และจะสว่างขึ้นแบบ 100% เมื่อเสียบกุญแจสตาร์ท
      
       ด้านเครื่องเล่นวิทยุ CD รองรับแผ่น CD-Rs WMA และไฟล์ MP3 พร้อมช่อง AUX USB และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth (เฉพาะรุ่น 1.8E AT, 1.8E AT Navi และ 2.0EL Navi) มีระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ 
       นอกจากนี้ยังใส่ออปชัน ECON Mode ช่วยปรับแต่งค่าต่างๆ ของตัวรถให้มีความประหยัดน้ำมันในขณะขับขี่เพิ่มขึ้น ตลอดจนระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน (Eco Assist) ซึ่งจะแสดงผลบนแผงมาตรวัดเพื่อช่วยให้ผู้ขับมีการพัฒนาและรักษารูปแบบการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 
      
       ในรุ่น 1.8E Navi และ2.0EL Naviมาพร้อมระบบนำทางรุ่นล่าสุดเป็นระบบนำทางที่เชื่อมต่อกับสัญญาณดาวเทียม โดยแสดงรายละเอียดของเส้นทางผ่านทางหน้าจอสีขนาด 6.5 นิ้ว และมีความจุของ Flash Memory ขนาด 16GB 
      
       ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ มี 2ทางเลือกเครื่องยนต์คือ i-VTEC 2.0 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์ i-VTEC 1.8 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold System
       โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และมีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำตามมาตรฐาน EURO4
      
       ด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์ เสริมด้วยเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งซีวิค ใหม่ ในรุ่น S มาพร้อมกับล้อขนาด 15 นิ้ว รุ่น 1.8 E มาพร้อมกับล้อขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น 2.0 E มาพร้อมกับล้อขนาด 17 นิ้ว
      
       ส่วนความปลอดภัยมากับโครงสร้างตัวถังแบบ G-CON ที่ช่วยจัดการแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการชนด้านหน้า และลดระดับความเสียหายอันเป็นผลมาจากการชนกันระหว่างรถ อีกทั้งยังเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS, ถุงลมด้านข้างอัจฉริยะ i-Side Airbags ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA และระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบพวงมาลัยแบบไฟฟ้าพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ Motion Adaptive Electric Power Steering System ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของตัวรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดการเกิดอาการหน้าดื้อโค้ง หรือท้ายปัดได้
       ราคาและออปชันของ ฮอนด้า ซีวิคโฉมใหม่ 5 รุ่น 
      
       รุ่น 1.8SMTราคา 773,000 บาท และ1.8S AT ราคา 828,000 บาท มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ปุ่ม ECONมาตรวัดระบบ MultiplexMeter พร้อมระบบเรืองแสง หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง ช่องเชื่อมต่อ USB ช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง กุญแจรีโมทมัลติฟังก์ชั่นพวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะที่นั่งเป็นเบาะผ้า ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และล้ออัลลอย 15 นิ้ว
      
       รุ่น 1.8E ATราคา 909,000 บาท และ1.8E ATNaviราคา 964,000 บาท ไฟตัดหมอกคู่หน้า วัสดุหุ้มเบาะเป็นเบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise ControlSystem) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติวิทยุ-ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่นระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)ระบบนำทางเนวิเกเตอร์พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี และกล้องส่องภาพด้านหลัง (เฉพาะรุ่น 1.8 E AT Navi)และล้ออัลลอย 16 นิ้ว
       รุ่น 2.0EL AT Naviราคา1,124,000บาท มีอุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่นย่อยอื่นๆ อาทิ ไฟหน้าแบบ HIDพร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One PushIgnition System)ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีและกล้องส่องภาพด้านหลังถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbagsระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA ที่มาพร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว
      
       ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ มีให้เลือก 6 สีได้แก่ สีขาวฟรอสตี้(เมทัลลิก) และสีน้ำตาลเออร์เบินไทเทเนียม (เมทัลลิก) ซึ่งเป็น2 สีใหม่ นอกจากนี้ยังมีสีดำคริสตัล (มุก)สีเทาโพลิชเมทัล(เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และ
       สีขาวทาฟเฟต้า สำหรับสีภายในห้องโดยสาร รุ่น 1.8L จะเป็นสีเบจ และรุ่น 2.0L เป็นสีดำ 
      
       ทั้งนี้ฮอนด้าคาดหวังว่า ซีวิค โฉมใหม่ จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากตลาด โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 35,000คันภายในหนึ่งปี
       
       
       
       
       
       
       
ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

สิริสวัสดิ์ศุกรวารค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เผยโฉม! คอนเซ็ปต์ iPhone 5 ตัวเครื่อง Liquid Metal


เผยโฉม! คอนเซ็ปต์ iPhone 5 ตัวเครื่อง Liquid Metal



 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก nak-design.over-blog.fr

          เผยโฉมคอนเซ็ปต์ iPhone 5 ตัวล่าสุด ส่งตรงมาประเทศฝรั่งเศส มาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยการดีไซน์แบบเฉียบขาดกับตัวเครื่องที่ทำจากวัสดุที่เรียกว่า Liquid Metal (ลิควิด เมทัล) ผลงานการออกแบบชิ้นนี้ เป็นของดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า Antoine Brieux โดยใช้ชื่อคอนเซ็ปต์นี้ว่า iPhone 5 LM ซึ่งย่อมาจาก iPhone 5 Liquid metal ส่วนคอนเซ็ปต์นี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาติดตามกันเลย


iPhone 5 LM

          สำหรับภาพคอนเซ็ปต์ iPhone 5 LM ทางดีไซน์เนอร์ผู้นี้ ได้ออกแบบตัวเครื่องโดยใช้วัสดุที่เรียกว่า Liquid Metal ซึ่งเป็นโลหะ มีส่วนผสมหลักเป็นไทเทเนี่ยม นิกเกิล ทองแดง และ เซอร์โคเนี่ยม รวมไปถึงส่วนผสมจากเหล็กชนิดอื่น ๆ ซึ่งทำให้ลิควิดเมทัลมีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อรอยขีดข่วน อีกทั้งยังมีความเรียบมันวาวสวยงาม

          นอกจากนี้ผู้ออกแบบยังได้จินตนาการสเปคของ iPhone 5 LM เพื่อให้เข้ากับการดีไซน์ครั้งนี้อีกด้วย โดยมาพร้อมซีพียูแบบ Quad Core ใช้ชิปเซ็ต A6 ขนาดตัวเครื่อง 116.2 x 59.4 x 7.9 มม. หน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องถ่ายภาพความละเอียด 10 ล้านพิกเซลและปุ่ม Home แบบสัมผัส ถือว่าเป็นคอนเซ็ปต์ iPhone 5 ที่ครบเครื่องจริง ๆ ทั้งทางด้านการออกแบบ รวมไปถึงสเปคแบบแรง ๆ ของคอนเซ็ปต์ตัวนี้  ถ้าพร้อมแล้วมาติดตามชมภาพคอนเซ็ปต์ iPhone 5 LM ทั้งหมดกันเลย

iPhone 5 LM

iPhone 5 LM


iPhone 5 LM

iPhone 5 LM
iPhone 5 LM

          อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงคอนเซ็ปต์การออกแบบผ่านไอเดียของผู้ที่ชื่นชอบในตัวสินค้าของแอปเปิล และ เชื่อว่าแฟน ๆ แอปเปิลหลายคน คงอยากเห็นคอนเซ็ปต์เกิดขึ้นและผลิตออกมาใช้งานกันแบบจริง ๆ อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทางแอปเปิลว่าจะสนใจคอนเซ็ปต์เหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ต้องรอลุ้นกันต่อไป ไม่แน่ในอนาคตหน้าตาไอโฟนอาจจะเปลี่ยนเป็นแบบคอนเซ็ปต์นี้ก็ได้